063-3935088

Customer Support

#SE #ทันหุ้น – SE ตุนแบ็กล็อก 231.23 ล้านบาท ทยอยส่งมอบเฉียด 200 ล้านบาท ฟากผู้บริหารมองธุรกิจครึ่งปีหลัง โตต่อ ชี้ไฮซีซันดันสินค้าขายดี พร้อมเปิดกระเป๋ารับเงินลงทุนเต็มๆ หนุนมาร์จิ้นพอง รุกขายสินค้าภาครัฐ คาดโปรเจ็กต์โครงสร้างพื้นฐานออกเพียบ

นายเกริก ลีเกษม รองประธานเจ้าหน้าบริหาร บริษัท สยามอีสต์ โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SE ผู้นำด้านการ จัดหาและจำหน่าย พร้อมให้บริการอย่างครบวงจรเกี่ยวกับระบบปั๊มอุปกรณ์ในกระบวนการผลิตและระบบท่อ รวมถึงวัสดุ นวัตกรรมในภาคตะวันออก เปิดเผยว่า คาดธุรกิจไตรมาส 3/2565 จะดีต่อเนื่องจากไตรมาส 2/2565 เพราะเป็นซีซันการขายสินค้าระบบปั๊ม ประกอบกับลูกค้ากลุ่มโรงกลั่นฟื้นตัว ส่งผลให้มีคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) เข้ามาเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้บริษัทจะรับรู้รายได้จากการลงทุน บริษัท เคสเซล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ KESSEL และ บริษัท ยูทิลิตี้ บิสิเนส อัลลายแอนซ์ จำกัด หรือ UBA เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

//ดันมาร์จิ้นพองโต

ทั้งนี้เชื่อว่าผลประกอบการที่เติบโตเพิ่มขึ้น จะส่งผลให้ครึ่งปีหลัง 2565 เติบโตดีกว่าครึ่งปีแรกที่มีรายได้ 273.40 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 27.53 ล้านบาท สำหรับไตรมาส 2/2565 ที่ผ่านมา บริษัทมีกำไรสุทธิ 14.06 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อนที่ 5.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.53 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 154.25% ส่วนรายได้รวมอยู่ที่ 135.23 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน 126.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.13 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 7.24%

สำหรับผลงานของ KESSEL ครึ่งปีแรก 2565 ยังเติบโตได้ตามเป้าหมาย อีกทั้งคาด KESSELจะช่วยหนุนอัตราการทำกำไรหรือมาร์จิ้นของ SE ให้เติบโตสูงขึ้น เพราะอัตรากำไรขั้นต้น หรือ Gross Profit Margin อยู่ในระดับสูง 30-35% และสูงกว่าการจำหน่ายสินค้าของ SE

ขณะเดียวกันบริษัทมีงานในมือ หรือ Backlog อยู่ที่ 231.23 ล้านบาท โดยจะทยอยส่งมอบในครึ่งปีหลัง 2565 ราว 196.41 ล้านบาท บริษัทมองปีนี้จะเป็นปีเติบโตของ SE อีกปีหนึ่ง หลังจากบริษัทได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ และนำเทคโนโลยีสมัยใหม่และดาต้ามาช่วยพิจารณา ประกอบการตัดสินใจในการจำหน่ายสินค้า และรองรับความต้องการลูกค้า รวมถึงการร่วมมือกับพาร์ตเนอร์เพื่อต่อยอดทางธุรกิจให้แข็งแกร่งมากขึ้น

// เล็งลงทุนธุรกิจใหม่

“สินค้าของเราขายดีขึ้น ทำให้ผลงาน Q2 ออกมาดี ส่วน Q3 ก็คาดว่าจะดีต่อเนื่อง เพราะเป็นช่วงที่เราขายของได้เยอะ และเป็นช่วงที่โรงงานหลายแห่งกลับมาเปิดทำงานตามปกติ ทำให้เรามีโอกาสขายของได้มากขึ้น ส่วนกลุ่มลูกค้ายังเป็นกลุ่มกลุ่มโรงกลั่น ปิโตรเคมี เป็นต้น” นายเกริก กล่าว

นอกจากนี้บริษัทยังให้ความสำคัญกับการมองหาธุรกิจใหม่และสินค้าใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการทันสถานการณ์ อีกทั้งการเน้นและสร้างโอกาส และความสามารถในการแข่งขัน งานโครงการขนาดใหญ่ เพื่อรองรับการลงทุนใหม่ของลูกค้าและสร้างรายได้ มูลค่าสูงให้กับบริษัท

อีกทั้งบริษัทจะเน้นขายสินค้าให้กับกลุ่มลูกค้าราชการ เนื่องจากภาครัฐมีการลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก ทั้งนี้การแข่งขันทางด้านธุรกิจ บริษัทจะขยายรูปแบบการลงทุน หรือการควบรวมกิจการ (M&A) เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และผลักดันผลประกอบการให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

– ที่มา ทันหุ้น