063-3935088

Customer Support

ประวัติความเป็นมา

ก้าวแห่งความสำเร็จ

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของบริษัท เรามีความภาคภูมิใจกับทุกช่วงเวลาประวัติศาสตร์ และทุกย่างก้าวแห่งความสำเร็จที่ทำให้ SE มาถึงจุดนี้

1993

ก่อตั้งบริษัท

2015

ISO 9001:2008

2017

แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนและเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท สยามอีสต์ โซลูชั่น จำกัด (มหาชน)

2018

เข้าซื้อกิจการ UBA

2021

ก่อตั้ง
บริษัท โอเคเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด

เพิ่มทุนจดทะเบียนและเข้าซื้อกิจการ บริษัท เคสเซล (ประเทศไทย) จำกัด

เข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุน UBA ตามสัดส่วนที่ถือครองคิดเป็นร้อยละ 40 ของหุ้นเพิ่มทุน

2022

เพิ่มทุนจดทะเบียน บริษัท โอเคเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด เป็น 10 ลบ. เพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินในการลงทุน และการขยายพัฒนาธุรกิจ

2023

เปิดตัวโครงการใหม่ที่มุ่งเน้นพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน

2024

ขยายตลาดสู่ภูมิภาคใหม่และเพิ่มยอดขายในต่างประเทศ

ประวัติความเป็นมา

นโยบายและภาพรวมการประกอบธุรกิจ
บริษัท สยามอีสต์ โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) (“บริษัท” หรือ “SE”) (เดิมชื่อ “บริษัท สยามราชธานี (ตะวันออก) จำกัด”) จดทะเบียนก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2536 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 2.00 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาและจำหน่ายสินค้าอุตสาหกรรมในกลุ่มผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีระบบปั๊มที่ครอบคลุมทุกลักษณะการใช้งาน ทั้งน้ำ ของเหลว ของหนืด และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้แก่โรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดระยองและจังหวัดใกล้เคียงในภาคตะวันออกของประเทศไทย ด้วยบริษัท สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าและรับรู้ถึงความต้องการสินค้าและบริการอื่นๆ ที่สำคัญในโรงงานอุตสาหกรรม บริษัท จึงเล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจโดยเพิ่มการจัดหาและจำหน่ายสินค้าอุตสาหกรรมอีก 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์การจัดการกระบวนการผลิตและระบบท่อ และกลุ่มผลิตภัณฑ์วัสดุนวัตกรรม รวมถึงงานบริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของโรงงานอุตสาหกรรมทั้งนี้ 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ยังคงเป็นสินค้าหลักที่บริษัท จัดหาและจำหน่ายมาจนถึงทุกวันนี้
 
จุดเริ่มต้นของบริษัท เริ่มจากในปี 2527 ได้จดทะเบียนก่อตั้งบริษัท เอ็นจิเนียริ่ง โปรดักส์ จำกัด (“เอ็นจิเนียริ่ง โปรดักส์”) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการด้านวิศวกรรมออกแบบและจำหน่ายระบบปั๊มอุตสาหกรรม และระบบอุปกรณ์วิศวกรรมที่เกี่ยวข้องให้แก่โรงงานอุตสาหกรรม และเนื่องด้วยการเติบโตของเศรษฐกิจส่งผลให้เกิดการลงทุนอย่างมากตามแนวทางของภาครัฐในโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด ในภาคตะวันออกของประเทศไทยซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ของการขนส่งและการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ทำให้โรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมากในช่วงเวลาที่ผ่านมา ด้วยเหตุนี้ ในปี 2536 ผู้บริหารจึงได้แยกการดำเนินธุรกิจจาก บริษัท เอ็นจิเนียริ่ง โปรดักส์ และจัดตั้งบริษัท สยามราชธานี (ตะวันออก) จำกัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาและจำหน่ายสินค้าอุตสาหกรรมในกลุ่มผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีระบบปั๊มที่ครอบคลุมทุกลักษณะการใช้งาน ทั้งน้ำ ของเหลว ของหนืด และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้แก่โรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าหลักที่เป็นโรงงานอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ในจังหวัดระยองและจังหวัดใกล้เคียงในภาคตะวันออกของประเทศไทย
 

จากการที่บริษัท มีความสัมพันธ์ที่ดีและเข้าถึงกลุ่มลูกค้า ทำให้บริษัท รับรู้ถึงความต้องการในสินค้าและบริการในส่วนอื่นๆ ที่สำคัญในโรงงานอุตสาหกรรม บริษัท จึงเพิ่มการจัดหาและจำหน่ายสินค้าไปยังกลุ่มผลิตภัณฑ์การจัดการกระบวนการผลิตและระบบท่อ และกลุ่มผลิตภัณฑ์วัสดุนวัตกรรม รวมถึงงานบริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของโรงงานอุตสาหกรรม

ด้วยวิสัยทัศน์ของกลุ่มผู้บริหารของบริษัท ที่มุ่งขยายการจัดหาและจำหน่ายสินค้าอุตสาหกรรมและการบริการให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าในทุกอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ในปี 2552 บริษัท ได้เปิดสำนักงานกรุงเทพฯ และเพิ่มทีมงานวิศวกรฝ่ายขาย เพื่อนำเสนอและจำหน่ายสินค้าอุตสาหกรรมทั้ง 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ได้แก่

กลุ่มผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีระบบปั๊ม
กลุ่มผลิตภัณฑ์การจัดการกระบวนการผลิตและระบบท่อ
และกลุ่มผลิตภัณฑ์วัสดุนวัตกรรม

โดยมุ่งเน้นขยายกลุ่มลูกค้าให้ครอบคลุมในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศไทย รวมถึงโอกาสในการจำหน่ายสินค้าอุตสาหกรรมไปยังลูกค้าในต่างประเทศ

ทั้งนี้ บริษัท ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด ผู้ให้บริการโซลูชั่นอุปกรณ์อุตสาหกรรม กล่าวคือ บริษัท เป็นผู้จัดหาและจำหน่ายสินค้าอุตสาหกรรมอย่างครบวงจร ตั้งแต่การคัดสรรสินค้าคุณภาพ นำเสนอทางเลือกและนวัตกรรมใหม่ บริการด้วยความจริงใจ เพื่อสร้าง ความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า รวมถึงการให้บริการด้านวิศวกรรมที่เกี่ยวข้องกับสินค้าอุตสาหกรรม การให้บริการหลังการขาย และการให้บริการซ่อมบำรุง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและเพิ่มอายุการใช้งานของสินค้าให้มากยิ่งขึ้น
 

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2559 บริษัท ได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เป็นบริษัท สยามอีสต์ โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) ปัจจุบัน บริษัท มีทุนจดทะเบียนจำนวน 120,000,000 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญจำนวน 240,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท และทุนที่ชำระแล้วจำนวน 90,000,000 บาท สำหรับหุ้นสามัญที่เหลืออีกจำนวน 60,000,000 หุ้น บริษัท ออกไว้เพื่อรองรับการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก  เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 บริษัท ได้ดำเนินการจดทะเบียนเพิ่มทุนชำระแล้วของบริษัทจากเดิม 90,000,0000 บาท เป็น 120,000,000 บาท บริษัทได้จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท จำนวน 60,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท เพื่อเสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไป  ในราคาใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญหุ้นละ 2.45 บาท คิดเป็นจำนวนเงิน 147,000,000 บาท และเริ่มการดำเนินการซื้อขายหุ้นเป็นครั้งแรก ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560

ในปี 2561 บริษัท มีการเข้าซื้อ หุ้น 40% ของ บริษัท ยูทิลิตี้ บิสิเนส อัลลายแอนซ์ จำกัด (“UBA”) ซึ่งเป็นบริษัทอันดับต้นๆของประเทศไทย ที่ทำธุกิจด้านการบริหารจัดการน้ำและสิ่งแวดล้อม โดยเน้นกลุ่มลูกค้าภาครัฐ 85% และเอกชน 15% การทำงานและกิจกรรมต่างๆ ของ UBA สามารถช่วย บริษัท ขยายฐานลูกค้าภาครัฐได้มากขึ้น ซึ่งปัจจุปัน UBA สามารถช่วยบำบัดน้ำเสียให้กลุ่มลูกค้าทั้งหมดได้มากกว่า 600,000 คิว ต่อวันต่อมาในปี 2564 บริษัท ได้มีการจ่ายหุ้นปันผล ในอัตรา 10 หุ้นเก่า ต่อ 1 หุ้นใหม่ ในราคา พาร์

 

เมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2564 บริษัท ได้มีการเพิ่มทุนจดทะเบียนเพื่อเข้าซื้อกิจการ บริษัท เคสเซล (ประเทศไทย) จำกัด (“KST”) ซึ่งเป็นผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และผู้ให้บริการติดตั้งผลิตภัณฑ์ประเภท ท่อ วาล์ว หรือ อุปกรณ์อื่นๆ ที่มีคุณสมบัติพิเศษ ทนทานต่อการกัดกร่อนของสารเคมีและความร้อน ให้กับโรงงานอุตสาหกรรม โดยอยู่ภายใต้เครื่องหมายการค้า Resistoflex ที่ถือสิทธิบัตรโดย กลุ่ม Crane Co. ซึ่งอยู่ในตลาด NYSE ของประเทศสหรัฐอเมริกา โดย KST เป็นทั้งผู้ผลิต และตัวแทนจําหน่ายรายเดียวในประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผลิตภัณฑ์วาล์ว ภายใต้เครื่องหมายการค้า XOMOX และมีอุปกรณ์อื่น ของ DE DIETRICH Glass Lining อีกด้วย ทั้งนี้ บริษัท จึงต้องใช้เครื่องมือทางการเงินมาช่วยขยายกิจการ เพื่อการเพิ่มทุนจดทะเบียน จาก 120 ล้านบาท เป็น 312 ล้านบาท และเพิ่มจํานวนหุ้น จาก 240 ล้านหุ้น เป็น 624 ล้านหุ้น

นอกจากนี้ บริษัท ยังได้ก่อตั้งบริษัทเพื่อการลงทุน ภายใต้ชื่อ บริษัท โอเคเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (“OKS”) โดยลักษณะการดพเนินกิจการคือ เพื่อถือหุ้นในบริษัทอื่นๆเป็นหลัก และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ในการทำงาน หรือ ธุรกิจใหม่ ให้บริษัทในกลุ่มต่างๆ ได้
ปัจจุปัน SE มีบริษัทในเครือ และบริษัทร่วมทุน ทั้งหมด 3 บริษัท
  • สิงหาคม 2536

    บริษัท สยามราชธานี (ตะวันออก) จำกัด จัดตั้งขึ้นด้วยทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาและจำหน่ายสินค้าอุตสาหกรรมใน 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีระบบปั๊ม กลุ่มผลิตภัณฑ์การจัดการกระบวนการผลิตและระบบท่อและกลุ่มผลิตภัณฑ์วัสดุนวัตกรรม โดยมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าในจังหวัดระยองและจังหวัดใกล้เคียงในภาคตะวันออกของประเทศไทย

  • ตุลาคม 2544

    บริษัทฯ เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 2 ล้านบาท เป็น 5 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ

  • มกราคม 2552

    บริษัทฯ เปิดสานักงานกรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอและจำหน่ายสินค้าอุตสาหกรรมทั้ง 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีระบบปั๊ม กลุ่มผลิตภัณฑ์การจัดการกระบวนการผลิตและระบบท่อ และกลุ่มผลิตภัณฑ์วัสดุนวัตกรรมให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดอื่น ๆ ครอบคลุมทุกภาคส่วนของประเทศไทยและโอกาสในการจำหน่ายสินค้าอุตสาหกรรมไปยังลูกค้าในต่างประเทศ

  • สิงหาคม 2558

    บริษัทฯ ได้รับมาตรฐาน ISO 9001:2008 ซึ่งรับรองคุณภาพในด้านการออกแบบ จำหน่าย ประกอบ ติดตั้ง และบริการหลังการขายสำหรับสินค้าอุตสาหกรรมที่ใช้ในกระบวนการผลิตและงานซ่อมบำรุง ได้แก่ ปั๊มสูบส่งน้ำและของเหลว ระบบท่อ และวัสดุสิ้นเปลือง

  • ธันวาคม 2558

    บริษัทฯ ได้รับการรับรอง ISO 9001:2008 ซึ่งเป็นระบบมาตรฐานบริหารงานคุณภาพ บริษัทได้รับรอง ISO9001:2008 ซึ่งเป็นระบบมาตรฐานบริหารงานคุณภาพระดับสากล

  • มีนาคม 2559

    บริษัทฯ แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน และเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เป็น บริษัท สยามอีสต์ โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัทฯ เปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นสามัญจากเดิมหุ้นละ 100.00 บาท เป็นหุ้นละ 0.50 บาท บริษัทฯ เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 90 ล้านบาท เป็น 120 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 60,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท สำหรับการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก

  • กุมภาพันธ์ 2560

    9 กุมภาพันธ์ 2560 บริษัทฯ ได้ดำเนินการจดทะเบียนเพิ่มทุนชำระแล้วของบริษัท จากเดิม 90,000,0000 บาท เป็น 120,000,000 บาท บริษัทฯได้จัดสรรหุ้นสามัญ เพิ่มทุนของบริษัท จำนวน 60,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท เพื่อเสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไป ในราคาใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญหุ้นละ 2.45 บาท คิดเป็นจำนวนเงิน 147,000,000 บาท 14 กุมภาพันธ์ 2560 เริ่มการดำเนินการซื้อขายหุ้นเป็นครั้งแรก

  • 2561

    เปิดใช้อาคารศูนย์บริการวิศวกรรม เพื่อรองรับการขยายงานเข้าซื้อและโอนกิจการ บริษัทยูทิลิตี้ บิสสิเนส อัลลายแอนซ์ จากัด โดยมีสัดส่วนร้อยละ 40 ของทุนจดทะเบียน ได้รับมาตรฐาน ISO9001:2015 จากทางบริษัท TUV Rheinland รับรองคุณภาพในด้านการจำหน่ายและจัดหา การบริการงานประกอบ งานติดตั้งและงานบริการหลังการขาย สินค้าสำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ปั๊ม วาล์ว ท่อและวัสดุสิ้นเปลือง

  • 2562

    บริษัทฯ เปิดสำนักงานสงขลา เพื่อขยายฐานลูกค้าสู่ภาคใต้

  • 2564

    บริษัทฯ เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 120 ล้านบาท เป็น 312 ล้านบาท และเพิ่มจํานวนหุ้น จาก 240 ล้านหุ้น เป็น 624 ล้านหุ้น เพื่อเข้าซื้อและโอนกิจการ บริษัท เคสเซล (ประเทศไทย) จำกัด (“KST) โดยมีสัดส่วนร้อยละ 92.28 ของทุนจดทะเบียนก่อตั้ง บริษัท โอเคเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (“OKS”) เพื่อการลงทุน

  • 2565

    ปี 2565 ในวันที่ 15 มีนาคม 2565 ทางบริษัท ยูทิลิตี้ บิสิเนส อัลลายแอนซ์ จำกัด แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เป็นบริษัท ยูทิลิตี้ บิสิเนส อัลลายแอนซ์ จำกัด (มหาชน)